การรับรองนิติกรณ์เอกสารมหาชนที่ออกโดยทางการไทยเพื่อนำไปใช้ในอุรุกวัย

การรับรองนิติกรณ์เอกสารมหาชนที่ออกโดยทางการไทยเพื่อนำไปใช้ในอุรุกวัย

วันที่นำเข้าข้อมูล 29 ก.ค. 2568

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 20 ก.พ. 2569

| 2,667 view

เอกสารมหาชนที่ออกโดยทางการไทยเพื่อนำไปใช้ยื่นต่อหน่วยงานในประเทศอุรุกวัย จะต้องผ่านกระบวนการรับรองนิติกรณ์เอกสารจากหลายหน่วยงาน รวมถึงการแปลเอกสารด้วย โดยจำเป็นต้องขอรับรองนิติกรณ์เอกสารจากสถานกงสุลกิตติมศักดิ์อุรุกวัยประจำประเทศไทยเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องขอรับรองนิติกรณ์เอกสารจากสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบัวโนสไอเรส

ขั้นตอนในประเทศไทย

1. ขอเอกสารต้นฉบับหรือคัดสำเนาเอกสารจากหน่วยงานที่รับผิดชอบการออกเอกสารนั้น ๆ ซึ่งอาจจะเป็นหน่วยงานเดียวหรือหลายหน่วยงาน ขึ้นอยู่กับประเภทของเอกสาร ดังนั้น ขอแนะนำให้สอบถามกับหน่วยงานผู้มีอำนาจที่เกี่ยวข้องล่วงหน้าเพื่อขอรับการยืนยันขั้นตอนที่ต้องปฏิบัติก่อนดำเนินการขั้นตอนต่อไป ตัวอย่างเช่น:

  • ในกรณีของเอกสารศาล (เช่น คำพิพากษาหรือคำสั่งศาล) จะต้องขอคัดสำเนาจากศาลเพื่อให้ศาลรับรองสำเนาถูกต้องก่อน
  • ในกรณีของหนังสือรับรองบริษัทหรือสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น จะต้องขอคัดสำเนาจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เพื่อให้รับรองสำเนาถูกต้องก่อน

หมายเหตุ: หนังสือรับรองสถานภาพการสมรส หนังสือรับรองการมีชีวิต หนังสือรับรองความประพฤติ และหนังสือมอบอำนาจมีอายุไม่เกิน 6 เดือน


2. หากเอกสารต้นฉบับออกเป็นภาษาไทย จะต้องนำเอกสารต้นฉบับไปแปลเป็นภาษาอังกฤษก่อนโดยผู้ยื่นคำร้องเองหรือโดยนักแปลมืออาชีพในประเทศไทย ทั้งนี้ ผู้แปลเอกสารควรเป็นบุคคลที่มีสัญชาติไทยหรือเป็นผู้มีวุฒิการศึกษาด้านภาษาไทยในระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่า

หมายเหตุ: ผู้ยื่นคำร้องสามารถขอสำเนาเอกสารทะเบียนราษฎร 30 ประเภทเป็นภาษาอังกฤษเพื่อการใช้งานในต่างประเทศได้โดยตรงจากสำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรวมถึง: สูติบัตร ทะเบียนสมรส ทะเบียนหย่า ทะเบียนบันทึกฐานะแห่งครอบครัว หนังสือสำคัญแสดงการเปลี่ยนชื่อตัว หนังสือสำคัญแสดงการเปลี่ยนชื่อสกุล และมรณบัตร

3. นำเอกสารต้นฉบับพร้อมกับคำแปลภาษาอังกฤษไปยื่นต่อกระทรวงการต่างประเทศไทย ที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล (ตั้งอยู่ที่ถนนแจ้งวัฒนะ) หรือที่สำนักงานหนังสือเดินทางในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดบางแห่งที่ให้บริการรับรองนิติกรณ์เอกสาร เพื่อขอรับรองความแท้จริงของเอกสารต้นฉบับ และหากมี รับรองเอกสารคำแปลภาษาอังกฤษด้วย โดยสามารถจองคิวเพื่อยื่นคำร้องขอรับรองนิติกรณ์เอกสารได้ที่ https://qlegal.consular.go.th/

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับขั้นตอนการขอรับรองนิติกรณ์เอกสารได้จากวีดิทัศน์:

https://consular.mfa.go.th/th/album-video/where-documents-can-be-legalized?cate=5f478ad8e3439863bd2eff39 หรืออินโฟกราฟิกนี้: https://consular.mfa.go.th/th/publicservice/%E0%B8%82%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3

4. เมื่อได้รับการรับรองนิติกรณ์โดยกระทรวงการต่างประเทศไทยแล้ว ให้นำชุดเอกสารทั้งหมดไปยื่นต่อสถานกงสุลกิตติมศักดิ์อุรุกวัยประจำประเทศไทย (ตั้งอยู่ที่ 105 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ) เพื่อขอรับรองความแท้จริงของลายมือชื่อเจ้าหน้าที่และตราประทับกระทรวงการต่างประเทศไทย

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับขั้นตอนการรับรองนิติกรณ์เอกสารและขอยื่นคำร้องทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ได้ที่: [email protected]

 

ขั้นตอนในอุรุกวัย

5. นำชุดเอกสารทั้งหมดที่ผ่านการรับรองนิติกรณ์ในขั้นตอนก่อนหน้าไปแปลเป็นภาษาสเปนโดยนักแปลสาบานตนที่ขึ้นทะเบียนกับศาลฎีกาอุรุกวัย โดยลายมือชื่อนักแปลจะต้องผ่านการรับรองนิติกรณ์จากศาลฎีกาอุรุกวัย

6. นำชุดเอกสารทั้งหมด รวมถึงเอกสารคำแปลภาษาสเปน ไปยื่นที่ศูนย์บริการประชาชน กระทรวงการต่างประเทศอุรุกวัย เพื่อขอรับรองนิติกรณ์เอกสารในขั้นสุดท้าย โดยจะเป็นการรับรองลายมือชื่อเจ้าหน้าที่สถานกงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์อุรุกวัยและเจ้าหน้าที่ศาลฎีกาอุรุกวัย ก่อนนำเอกสารไปยื่นต่อหน่วยงานปลายทางในอุรุกวัยต่อไป

* * * * *

Consular Section

Royal Thai Embassy

4 August 2025